ไม้อัดยาง

ไม้อัดยาง

ไม้อัดยาง คือไม้อัดที่ผลิตมาจากไม้ซุงเบญจพรรณประเภทต่างๆ ที่นำมาปอกมาฝานให้เป็นแผ่นบางๆ หลายๆแผ่น หลายๆขนาด และนำหลายๆแผ่นนั้นมาผสมกาวและเข้าเครื่องอัดกดทับให้มีความแข็งแรงและให้ได้ตามขนาดความหนาที่ต้องการ ความหนาของไม้อัดยางอยู่จำนวนไม้หลายๆชั้นที่วางซ้อนกันและถูกกดทับอัดลงมาด้วยความร้อนให้ได้ระยะความหนาของเครื่องที่ตั้งไว้ โดยส่วนใหญ่คนจะเข้าใจว่าไส้ไม้ทำจากไม้ยาง แต่ความเป็นจริงแล้ว ไส้ไม้อัดยางก็ทำมาจากไม้ชนิดอื่นๆ เพียงแค่ปิดหน้าไม้อัดด้วย “ไม้ยาง” แค่นั้นเอง

ลักษณะของไม้อัดยาง
ไม้อัดยาง เป็นไม้อัดที่ปิดผิวหน้าด้วยไม้ยาง มีลักษณะหน้าออกสีแดง มีหลายเกรดให้เลือก แล้วแต่การนำไปใช้งาน มีแบบภายใน และแบบภายนอก (ทนแดดทนฝนได้ดีกว่า)

ขนาดไม้อัดยางมีขนาด ตั้งแต่ 3, 4, 6, 10, 15 ไปจนถึง 20 มม. ​ความหนาแต่ละขนาดเหมาะกับงานประเภทต่างๆ ที่แตกต่างกัน

การผลิตไม้อัดยางผลิตแบบเดียวกันกับไม้อัดอื่นๆ แต่ปิดผิวหน้าไม้อัดด้วย “ไม้ยาง”

ไม้อัดยางมีกี่แบบ
ไม้อัดยาง หรือไม้อัดหน้าไม้ยาง มีหลายแบบสำหรับการใช้งานที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • ไม้อัดยางทำแบบทั่วไป เป็นไม้อัดที่แปะผิวหน้าด้วยไม้ยาง ปกติไม้อัดที่นำมาทำไม้แบบ ควรมีความหนาตั้งแต่ 10 มม. ขึ้นไป เพื่อความแข็งแรง ทนทาน แต่ปัจจุบัน มีไม้อัดที่ทำมาทำไม้แบบ โดยเฉพาะคือ ไม้อัดฟิล์มดำ นั่นเอง ดังนั้น ไม้อัดยางขนาดนี้จึงถูกนำไปประยุกต์ใช้งานอื่นๆ เช่น ชั้นวางของ พื้นเตียง เป็นต้น
  • ไม้อัดยางเฟอร์นิเจอร์ เป็นไม้อัดยางขนาดตั้งแต่ 3 มม. ขึ้นไป แต่จะไม่เกิน 10 มม. เป็นไม้อัดที่เหมาะสำหรับนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ บุหลังตู้ งานบิวท์อิน เป็นต้น
  • ไม้อัดยางไส้โอเอสบี เป็นไม้อัด OSB ที่ปิดผิวหน้าด้วยไม้ยาง ให้ความรู้สึกถึงไม้ยาง สามารถประยุกต์ใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานเฟอร์นิเจอร์ งานบิวท์อิน และอื่นๆ
  • ไม้อัดยางที่นำไปปิดผิวสักธรรมชาติและสักอิตาลี ให้หน้าไม้มีความสวยงาม ส่วนใหญ่นำไปใช้ทำงานเฟอร์นิเจอร์

ไม้อัดยางมีหลายเกรด เช่น

  • ไม้อัดยางเกรดเฟอร์นิเจอร์
  • ไม้อัดยางเกรดแพ็คกิ้ง
  • ไม้อัดยางใช้งานทั่วไป
  • ไม้อัดยางเกรดไม้แบบ
  • ไม้อัดยางมีตำหนิ

 

ขนาดของไม้อัดยาง

ขนาดของไม้อัดยาง

ความหนา (มิลลิเมตร) กว้างxยาว (เมตร)
4 1.2*2.4
6 1.2*2.4
10 1.2*2.4
15 1.2*2.4
20 1.2*2.4
25 1.2*2.4

เป็นต้น

 

เฟอร์นิเจอร์ไม้อัด

 

ถามตอบเกี่ยวกับไม้อัด

ถามตอบเกี่ยวกับไม้อัด

สวัสดีครับ วันนี้เรามาทำความเข้าใจกันมากขึ้นเกี่ยวกับไม้อัดกันครับ ปัญหาที่พบบ่อยๆของผู้ใช้ไม้อัดทุกวันนี้คือ ไม่รู้ว่าจะต้องซื้อไม้อัดตัวไหนไปใช้งาน เพราะในปัจจุบันไม้อัดที่ขายกันในตลาดมีมากมายหลายเกรด ทั้งไม้จากโรงงานในประเทศไทย ที่ผลิตภายในประเทศ ไม้นำเข้าจากจีน, มาเลเซีย,เวียดนาม และจากประเทศอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้ผู้ใช้งานมีข้อสงสัยเกี่ยวกับไม้อัด วันนี้เรามาไขข้อข้องใจเกี่ยวกับไม้อัดกันให้มากขึ้นกันครับ ด้วยการตอบคำถามที่ป็นที่สงสัยกันมากเกี่ยวกับไม้อัด

1. ถาม: ไม้อัดมีกี่ประเภท? และควรเลือกอย่างไรจึงจะเหมาะสมกับการใช้งาน?
   ตอบ: ไม้อัดมีหลายประเภทด้วยกัน เช่น ไม้อัดซีเมนต์, ไม้อัดชานอ้อย, ไม้อัดยิปซั่ม, ไม้อัดเกล็ดไม้, ไม้อัดไส้ระแนง, ไม้อัดฟิล์มดำ สำหรับการเลือกนั้น ถ้าหากจะให้ดีที่สุด ควรขอคำปรึกษาจากผู้ประกอบการหรือร้านค้า ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน โดยระบุรูปแบบการตกแต่งที่ต้องการนำไม้ไปใช้ให้ชัดเจน เช่น ต้องการทำผนังกั้นห้อง ต้องการทำตู้ เป็นต้น เพราะไม้อัดแต่ละประเภทจะเหมาะสมกับงานตกแต่งที่แตกต่างกัน

ไม้อัดมีทั้งแบบใช้ตกแต่ง เพื่อความสวยงาม และใช้ทำงานโครงสร้าง เช่นหล่อแบบคอนกรีต และใช้ในเฟอร์นิเจอร์ที่ต้องการรับน้ำหนัก เช่น รองเตียง หรือผนังห้อง

ประเภทของไม้อัด

 

2. ถาม : ไม้อัดมีกี่ขนาด?
    ตอบ : ไม้อัดขนาดมาตรฐาน มีขนาดตามนี้

ความหนา : 4-25 มม., 3 มม.,4 มม.,6 มม.,10 มม.,15 มม.,20 มม.,25 มม.
กว้าง : 1.2 เมตร (4 ฟุต)
ยาว : 2.4 เมตร (8 ฟุต)

ขนาดของไม้อัดและลักษณะการใช้งาน

ความหนา กว้างxยาว (เมตร) กว้างxยาว (ฟุต) การใช้งาน
3 1.20x2.40 4x8 ใช้ปิดหน้าเฟอร์นิเจอร์ ,ปิดผิวหน้างานเพื่อความสวยงาม ,อื่นๆ
4 1.20x2.40 4x8 ใช้ปิดหน้าเฟอร์นิเจอร์ ,ปิดผิวหน้างานเพื่อความสวยงาม ,อื่นๆ
6 1.20x2.40 4x8 ทำผนัง,เพดาน,อื่นๆ
10 1.20x2.40 4x8 ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ,ชั้นวางของ ,หล่อแบบคอนกรีต ,อื่นๆ
15 1.20x2.40 4x8 ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ,ชั้นวางของ ,หล่อแบบคอนกรีต,รองพื้นเตียง,อื่นๆ
20 1.20x2.40 4x8 ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ,ชั้นวางของ ,หล่อแบบคอนกรีต,รองพื้นเตียง,อื่นๆ
25 1.20x2.40 4x8 ใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ,ชั้นวางของ ,หล่อแบบคอนกรีต,รองพื้นเตียง,อื่นๆ

3. ถาม: ไม้อัดสามารถกันน้ำได้หรือไม่?
     ตอบ: คนส่วนมากอาจเข้าใจว่า ไม้โดนน้ำไม่ได้อย่างเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นแล้วจะผุ บวม และเสื่อมสภาพเร็ว แต่ด้วยเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์ที่ก้าวหน้าไปมากขึ้นทุกวัน ทำให้วัสดุอุปกรณ์ตกแต่งบ้านอย่างไม้อัด ถูกพัฒนาให้มีคุณภาพดีขึ้นไปด้วย

ไม้อัดมีทั้งแบบที่กันน้ำ และไม่กันน้ำ ซึ่งไม้อัดกันน้ำเรียกว่า ไม้อัดฟิล์มดำ

ในกรณีที่ต้องการใช้ไม้อัดตกแต่งส่วนที่สุ่มเสี่ยงต่อการเปียกน้ำ หรือส่วนที่มีความชื้น เช่น ใช้ทำประตูตู้เคาน์เตอร์ในห้องครัว หรือบุผนังในห้องน้ำ จะมีไม้อัดกันน้ำโดยเฉพาะ สามารถหาซื้อได้จากบรรดาผู้จำหน่ายวัสดุอุปกรณ์ก่อสร้างชั้นนำทั่วไป โดยไม้อัดเหล่านี้จะเป็นรูปแบบที่ทนต่อความเปียกชื้นได้อย่างดีเยี่ยม จึงนิยมนำไปใช้ในงานอย่างอื่นนอกจากตกแต่งภายในด้วย เช่น สร้างเรือ เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ว่าจะเป็นไม้อัดกันน้ำ การระมัดระวังในการใช้งานก็ยังคงเป็นสิ่งที่ไม่ควรละเลย ไม่ควรปล่อยให้ถูกน้ำและความชื้นมากเกินจำเป็น เพราะถึงอย่างไรไม้อัดก็มาจากธรรมชาติ และทุกสิ่งที่มาจากธรรมชาติก็สามารถย่อยสลาย ผุพังได้ไปตามกาลเวลา

ไม้อัดฟิล์มดำ เป็นไม้อัดชนิดหนึ่งที่สามารถกันน้ำซึมผ่านเข้าเนื้อไม้ได้ เนื่องด้วยมีฟิล์มที่เคลือบอยู่ ช่วยป้องกันการซึมของน้ำ

ไม้อัดฟิล์มดำ

 

4. ถาม: วิธีทำความสะอาดไม้อัด?
     ตอบ: ไม่ว่าจะเป็นข้าวของเครื่องใช้ใดๆก็ตามที่ทำมาจากไม้ สิ่งสำคัญสิ่งแรกในการดูแลทำความสะอาดคือ การระมัดระวังไม่ให้เกิดริ้วรอย ไม่ควรใช้วัสดุที่แข็งและหยาบในการเช็ดเนื้อไม้ เช่น สก็อตไบรท์ หรือผ้าขนหนูที่เนื้อผ้าหยาบ เป็นต้น ควรใช้ผ้าเนื้อนุ่ม ผสมกับน้ำสบู่ ค่อยๆเช็ดอย่างเบามือ และไม่ควรใช้น้ำยาทำความสะอาดที่มีฤทธิ์กัดกร่อนรุนแรงโดยเด็ดขาด เพราะจะทำให้เนื้อไม้เสียหายได้

อีกปัจจัยสำคัญถัดมา คือเรื่องของปลวก ควรเรียกใช้บริการจากบริษัทกำจัดปลวกเป็นประจำ ตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพื่อไม่ให้ปลวกลามมาทำลายเนื้อไม้ได้ นอกจากนี้ ควรหมั่นทำความสะอาดพื้นที่ภายในบ้านอยู่เป็นประจำ เพราะทั้งฝุ่นและเศษขยะต่างๆจะเป็นแหล่งเพาะพันธุ์แมลงบางชนิด และแมลงเหล่านั้นจะทำให้เนื้อไม้เสียหายได้ หรือความชื้นก็สามารถทำลายเนื้อได้ได้เช่นกัน

5. ถาม: มีผลิตภัณฑ์ที่สามารถป้องกันไม้อัดจากแมลงได้หรือไม่?
    ตอบ: ยาฆ่าแมลง ซึ่งอาจป้องกันแมงที่มาทำลายไม้อัดได้จริง แต่ไม่ควรนำมาใช้ฉีด พ่น ทาในบ้านเองโดยพลการ เนื่องจากจะเป็นอันตรายต่อทั้งสัตว์เลี้ยงและผู้อยู่อาศัยได้

ทางที่ดีที่สุด คือหมั่นทำความสะอาดทั้งบ้านและไม้อัดอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันการแพร่พันธุ์ของแมลง

 

6. ถาม: หากต้องการทาสีไม้อัด ต้องใช้สีประเภทไหน?
     ตอบ: สามารถใช้สีได้หลายประเภท เช่น สีอะคริลิค สีน้ำมัน โดยก่อนทาต้องใช้กระดาษทรายขัดผิวไม้ให้เรียบก่อน จึงค่อยลงสี

การทาสีไม้อัดสามารถทำได้ด้วยตนเอง เช่น การทำเฟอร์นิเจอร์แฮนเมด ตู้ โต๊ะ เป็นต้น ก็สามารถทาสีไม้อัดให้สวยสดใส มีลวดลาย มีชีวิตชีวา ให้เกิดความสวยงามตามต้องการ ทั้งนี้อาจจะทาแลกเกอร์เพื่อเคลือบเงาไม้อัดก็ได้ 

ไม้อัดสัก

ไม้อัดสัก ,ไม้อัดลายไม้สัก
ไม้อัดสัก” คือไม้อัดที่มีกรรมวิธีการผลิตผลิตเหมือนไม้อัดปกติทุกประการ แต่ปิดผิวไม้ด้วยไม้วีเนียร์ไม้สักหรือเยื่อไม้สักนั่นเอง ทำให้ได้ลายที่สวยงามและเป็นลายไม้สักในธรรมชาติ

การใช้งานไม้อัดสัก
ด้วยลายที่สวยงามของไม้สัก จึงนิยมนำมาทำเป็นเฟอร์นิเจอร์ บิวท์อิน ตกแต่งภายใน แบบโชว์ลายไม้ โดยจะเคลือบลายไม้ หรือไม่เคลือบก็ได้

ขนาดของไม้อัดสัก
ความกว้าง*ยาว : 4*8 ฟุต / 1.2*2.4 เมตร
ความหนา : 3 mm., 4 mm., 6 mm., 10 mm.
ไส้ไม้ : เป็นไม้ทั่วไป ไม้ยาง ไม้เบญจพรรณ
ลายไม้ : ลายเส้น,ลายภูเขา


ตัวอย่างเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดสัก

ตู้ไม้อัดสัก

*** ไม้อัดยาง 

ไม้อัดสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์

ไม้อัดสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์

สวัสดีครับ วันนี้เรามาดูกันว่า “ไม้อัด” ที่เหมาะสำหรับนำไปทำเฟอร์นิเจอร์นั้น มีไม้อัดชนิดไหนกันบ้าง และไม้อัดแต่ละชนิดมีคุณสมบัติ ข้อเสียและข้อดี ต่างกันอย่างไรบ้าง

 

1.ไม้อัดปาติเกิล ,ปาติเกิลบอร์ด (Particle Board)
ไม้อัดปาติเกิล เป็นไม้อัดที่นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ เพราะหาซื้อง่าย ซึ่ง

ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ไม้ปาติเกิล
* หาซื้อง่าย ไม้อัดปาติเกิลสามารถหาซื้อได้ง่าย เพราะมีจำหน่ายตามร้านไม้หรือร้านวัสดุก่อสร้างทั่วไป
* ราคาถูก ราคาของไม้อัดปาติเกิลไม่แพงมากนัก จึงนิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์
* ใช้งานง่าย สามารถตอกตะปูหรือติดสกรู หรือน๊อตได้
* รับน้ำหนักได้ค่อนข้างดี เพราะมีขนาดความหนาหลายขนาด ซึ่งหากต้องการใช้ไม้อัดปาติเกิลในส่วนที่รับนำ้หนักมากหน่อยก็ใช้ไม้อัดที่มีความหนามากหน่อย
* มีลายให้เลือกมาก เพราะปิดหน้าไม้ด้วยลายต่างๆ นอกจากนี้ ยังทำสีหรือเคลือบหน้าไม้ได้ด้วย

ข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์ไม้ปาติเกิล
* ไม่ทนความชื้น อาจจะบวมได้หากเปียกน้ำหรือมีความชื้น
* อาจจะมีแมลงกัดแทะได้

 


2.ไม้อัด MDF
ไม้อัด MDF เป็นไม้อัดที่มีเนื้อละเอียดกว่าไม้อัด ปาติเกิล เพราะอัดด้วยแรงดันและความร้อนสูงกว่าไม้อัด ปาติเกิล ทั้งนี้เนื้อไม้ยังมีความละเอียดมาก

ข้อดีของเฟอร์ริเจอร์ ไม้อัด MDF
* รับน้ำหนักได้ดี เพราะมีความหนาแน่นสูง
* พื้นผิวละเอียดและเนียนเรียบตลอดทั้งแผ่น
* ทาสีทับลงบนเนื้อไม้ได้ และขึดหรือกลึงขอบให้มนได้
* นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาแพง

ข้อเสียของเฟอร์ริเจอร์ ไม้อัด MDF
* ราคาแพงกว่าไม้อัดปาติเกิล
* อาจจะเกิดฝุ่นในขั้นตอนการตัดและเจาะ
* อาจจะมีความชื้น และเมื่อโดนน้ำ แผ่นไม้อาจจะชื้นแล้วบวมได้


 


3.ไม้อัด
ไม้อัดเป็นวัสดุชนิดแรกๆ ที่นิยมนำมาใช้ทำเฟอร์นิเจอร์ ไม้อัดทำจากการนำท่อนซุง มาปลอกเปลือกและฝากเป็นแผ่นบางๆ ที่เรียกว่า “ไม้วีเนียร์ ” มาอัดกันเป็นชั้นๆ เพิ่มความหนาและความแข็งแรง

ข้อดีของเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดแผ่น
* แข็งแรง ทนทาน ยืดหยุ่น
* ไมแตก ประกอบเข้ารูปได้ง่าย
* กันน้ำ กันปลวก
* นำมาทำเฟอร์นิเจอร์ที่มีราคาแพง

ข้อเสียของเฟอร์นิเจอร์ไม้อัดแผ่น
* อาจจะมีเสี้ยน จากการไม่ได้ขัดขอบไม้อัด
* มีน้ำหรักและราคาแพง เพราะผลิตจากไม้จริง
* ต้องเคลือบผิว ให้ทำความสะอาดง่ายและฝุ่นไม่เกาะ


แนะนำไม้อัดยางสำหรับทำเฟอร์นิเจอร์ 

ข้อดีของไม้อัดยางทำเฟอร์นิเจอร์ 

  • เสี้ยนน้อย เป็นไม้อัดที่เสี้ยนน้อยมาก ผิวเรียบสวย 
  • ลายสวยเป็นธรรมชาติ 
  • ทำเงาหรือขัด หรือทำสีได้ง่าย 
  • ไส้แน่น แข็งแรง ทนทาน 
  • ราคาไม่แพง 

 


ไม้จริง VS ไม้อัด

ไม้จริง VS ไม้อัด

ไม้ที่ใช้งานในปัจจุบันมีน้อยลง เนื่องจากทรัพยากรไม้ในปัจจุบันลดน้อยลงมาก ดังนั้นจริงมีการทำไม้อัด หรือการนำไม้จริงมาอัดกันและนำมาใช้งาน วันนี้เรามาทำความรู้จักกับไม้ทั้ง 2 ประเภทกัน ทั้งไม้จริง และไม้อัด

ไม้จริง

ไม้ (wood) คือ วัสดุธรรมชาติที่ได้จากลำต้นของต้นไม้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไม้ยืนต้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายเพราะมีความแข็งแรง ทนทาน ต้านทานไฟฟ้า ไม่เป็นสนิม มีรูปร่างคงตัว มีผิวเรียบ มีกลิ่นและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่ถ้าได้รับความชื้นเป็นเวลานานอาจบวมผิดรูปหรือผุได้

ไม้แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ไม้ธรรมชาติหรือไม้จริง (natural wood or solid wood) และไม้ประกอบ (processed wood)

ไม้ธรรมชาติหรือไม้จริง หรือไม้แท้ (natural wood or solid wood) คือ ไม้ที่ได้มาจากลำต้นไม้ตรง แบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ ไม้เนื้อแข็ง (hardwood) และไม้เนื้ออ่อน (softwood)

ไม้จริงมีหลากหลายชนิด และเนื้อไม้กับอายุของไม้ถึงแม้จะเป็นประเภทเดียวกัน ก็มีความแตกต่างกันในเรื่องของราคาและการนำมาใช้งาน ส่วนใหญ่ไม้จริงจะนับเป็นทอน หน้าไม้มีตั้งแต่ 1 นิ้วขึ้นไป เป็นไม้เนื้อเดียวจากธรรมชาติ ดังนั้นความทนทานจะสูงมาก แต่ต้องทำการอบน้ำยาเพื่อป้องกัน เชื้อรา แมลง ปลวก หรือมอดกินไม้ด้วย

ข้อดีของไม้จริง

  • มีความสวยงามของลายไม้ ลายไม้เป็นธรรมชาติ สวยงาม 
  • คงทน แข็งแรง ไม้เนื้อแข็ง สวยงาม 
  • ป้องกันและโดนน้ำได้

 

ข้อเสียของไม้จริง

  • ราคาสูง บางชนิดหายาก เพราะทรัพยากรไม้ในปัจจุบันนั้นหายาก และลดลงไปมาก
  • มีน้ำหนักมาก แต่ก็หมายถึง รับน้ำหนักได้ดี 
  • อายุของเนื้อไม้น้อยเกินไปจะไม่แข็งแรง หากตัดไม้ที่อายุน้อย จะได้เนื้อไม้ที่ไม่แข็งแรง
  • ต้องระวังเรื่องปลวกหรือแมลง
  • ควรหมั่นทาน้ำยารักษาเนื้อไม้

ไม้จริงที่ใช้งานในปัจจุบัน เช่น
1.ไม้โอ๊คขาว (White Oak)
พบเห็นมากทางฝั่งตะวันออกของอเมริกา จัดเป็นไม้เนื้อแข็งและเป็นไม้อุตสาหกรรม และด้วยเป็นไม้ที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก ทำให้ราคาค่อนข้างที่จะคงที่ เนื้อของไม้โอ๊คจะออกสีขาวอมเหลือง มีเสี้ยนถี่ละเอียด จึงทำให้เป็นที่นิยมในหมู่นักออกแบบ เพราะให้สัมผัสที่เรียบและเบาสบาย

2. ไม้แอช (Ash)
ไม้แอชเป็นไม้เนื้อแข็งที่รองจากไม้โอ๊ค เนื้อไม้จะมีสีเหลืองอ่อนจนเกือบขาว อารมณ์ที่ได้จะคล้ายๆกับไม่โอ๊ค แต่ลายของไม้แอชจะเลอะและใหญ่กว่า ด้วยคุณสมบัติที่ดูด้อยกว่าทำให้ไม้แอชมีราคาที่ถูกกว่า จะนินมนำไปใช้ทำเฟอร์นิเจอร์และงานตกแต่งภายใน เพราะมีความสวยงามและราคาไม่แพง

3. ไม้สักทอง (Teak)
เป็นไม้ที่มีชื่อเสียงรู้จักกันแพร่หลายทั่วโลก อันเนื่องมาจากเนื้อไม้มีคุณภาพสูง สีของเนื้อไม้จะเป็นสีน้ำตาลทอง และมีลวดลายเป็นเส้นสีน้ำตาลแก่แทรก เนื้อของไม้สักค่อนข้างที่จะละเอียด มีเสี้ยนตรงน้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง เนื้อไม้สัก มอด ปลวก และแมลงต่างๆไม่ทำอันตราย ด้วยคุณสมบัติที่พิเศษกว่าไม้ชนิดอื่นๆ ทำให้ไม้สักทองมีราคาที่สูง

4.ไม้ยางพารา (Rubber wood)
ไม้ยางพาราเป็นไม้อีกชนิดหนึ่งที่นิยมนำมาทำเฟอร์นิเจอร์ เนื่องจากไม้มีความหนาแน่นสูง ขึ้นรูปง่าย ทำสีง่าย และการหดตัวน้อย ไม้ยางพาราถูกนำมาแปรรูปเพื่อนำมาผลิตเฟอร์นิเจอร์ในหลากหลายผลิตภัณฑ์เช่น ไม้ยางพาราเป็นท่อน ไม้ยางพาราประสาน ทั้งแบบ finger joint laminate (การต่อแบบฟันปลา) และ butt joint laminate(การต่อแบบตรง)


ไม้อัด

ไม้ประกอบ (processed wood) คือ ไม้ที่ได้มาจากการนำชิ้นส่วนไม้มาต่อรวมกันด้วยกระบวนการต่าง ๆ ไม้ประกอบมีหลายประเภท เช่น ไม้อัด ไม้ปาร์ติเคิลบอร์ด

ไม้อัดแบ่งออกเป็นประเภทต่างๆ ได้เยอะมากๆ ดังนี้

1. ไม้อัดปาติเกิล (Particle Board)
2. ไม้อัดเอ็มดีเอฟ (MDF: Medium-Density Fiber board)
3. ไม้อัด (Plywood)
ไม้อัดยาง
– ไม้อัดสัก
– ไม้อัดแอช
– ไม้อัด

เป็นต้น
อ่านรายละเอียดเกี่ยวกับไม้อัด https://www.thaiplywood.net//ไม้อัดมีกี่แบบ/


เปรียบเทียบการใช้งานไม้จริง และไม้อัด

ไม้ธรรมชาติ (natural wood)
ไม้เนื้อแข็ง (hardwood)
คุณสมบัติ มีความทนทาน มีน้ำหนักมาก เนื้อแน่นและมัน ลายเนื้อไม้ละเอียด มีสีเข้ม (แดงถึงดำ)
การใช้งาน คาน โครงหลังคาบ้าน พื้นบ้าน ฝาบ้าน ประตู หน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์ไม้อแท้ ของใช้ใครในครัวเรือน เครื่องดนตรีไทย เช่นระนาด เป็นต้น

ไม้เนื้ออ่อน
คุณสมบัติ เนื้อไม้ค่อนข้างเหนียว มีน้ำหนักเบา ใช้งานง่าย แต่ไม่แข็งแรงมากจึงรับน้ำหนักได้ไม่ดี มีสีจางอ่อนไปถึงสีเข้ม
การใช้งาน ประตู หน้าต่าง เฟอร์นิเจอร์ ของใช้ต่างๆ กล่องใช้งาน เครื่องดนตรี เช่น กีต้าร์ เป็นต้น


ไม้ประกอบ (processed wood)

ไม้อัด (plywood)
คุณสมบัติ แข็งแรง ไม่ยืดหรือหดตัวเมื่อความชื้นเปลี่ยนไป
การใช้งาน ผนังบ้าน เฟอร์นิเจอร์ประเภทตู้ โต๊ะ เก้าอี้ เก็บของ

ไม้อัด OSB (Oriented Strand Board)
คุณสมบัติ แข็งแรง เหนียว ทนความชื้น และเชื้อรา ใช้งานง่าย การขยายและหดตัวต่ำ
การใช้งาน ตกแต่งภายใน ฝ้า พื้น ผนัง เฟอร์นิเจอร์

ไม้ปาติเกิลบอร์ด (particleboard)
คุณสมบัติ มีความเหนียว น้ำหนักเบา แต่มีความแข็งแรง และความต้านทานแมลง ปลวกและความชื้นต่ำ อายุการใช้งานสั้นกว่าไม้อัด
การใช้งาน ตกแต่งภายใน เฟอร์นิเจอร์

 

5 ข้อเสียของไม้อัด

5 ข้อเสียของไม้อัด
สวัสดีครับ เราเคยได้ยินแต่ข้อดีของไม้อัด และการใช้งานไม้อัดกันมาตลอด วันนี้เรามดูกันว่า ไม้อัดนั้นมีข้อเสียบ้างหรือไม่ และมีข้อเสียอย่างไรบ้าง

1.ไม้อัดนั้นทนทานน้อยกว่า เมื่อเทียบกับไม้จริง อย่างที่เรารู้ว่า ไม้อัดนั้นเป็นการนำเศษไม้ มาอัดรวมกันด้วยกาวพิเศษดังนั้น ความทนทานของไม้อัดจะน้อยกว่าไม้จริง
2.ไม่กันน้ำ ไม้อัดบางชนิดไม่สามารถกันนำได้เช่น ไม้อัด MDF หรือไม้อัดปาติเกิล หากเปียกน้ำหรือมีน้ำเข้าสู่เนื้อไม้ได้ ก็ไม่กันน้ำ อาจจะทำให้เกิดเชื้อรา และเสียหายได้
3.ไม่สามารถเลื่อยให้ได้ขนาดความหนาตามที่ต้องการได้ เนื่องจากไม้อัดนั้นเป็นไม้แผ่นที่ทำมาสำเร็จรูปแล้ว โดยจะมีขนาดเริ่มตั้งแต่ 3 มม.,4 มม., 6มม., 8มม., 9มม., 10มม., 15มม., 20 มม., และขนาดอื่นๆ เป็นต้น หากต้องการความหนาที่มากกว่านี้ อาจจะต้องเลือกใช้เป็นไม้จริง
4.ไม้อัดนั้น อาจจะรับน้ำหนักได้น้อยกว่าไม้จริง เนื่องจากน้ำหนักและความแน่นของเนื้อไม้ที่น้อยกว่าไม้จริง ทำให้ไม้อัดนั้น อาจจะรับน้ำหนักได้น้อยกว่าไม้จริง ดังนั้นหากจะใช้ไม้อัดเพื่อทำชั้นวางของหรือปูเตียงหรือใช้งานในส่วนที่รองรับน้ำหนักมากๆ ก็ให้เลือกไม้อัดที่น้ำหนักดีและไส้แน่น
5.ไม้อัดมีอายุการใช้งานน้อยกว่าไม้จริง ผุง่ายกว่า ไม่แข็งแรงคงทนเท่าไม้จริง ไม่ทนต่อความชื้นและแสงแดด ไม่เหมาะสำหรับใช้ติดตั้งภายนอกเพราะจะทำให้อายุการใช้งานสั้นลง

ไม้อัด

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไม้อัดฟิล์มดำ

เรื่องน่ารู้เกี่ยวกับไม้อัดฟิล์มดำ

ถาม : ไม้อัดมี มอก.มั้ย
ตอบ : ไม้อัดส่วนใหญ่ไม่มี มอก. เพราะมอก. มักจะบังคับในวัสดุก่อสร้างที่ต้องอยู่ในโครงสร้าง หรือมีผลต่อความแข็งแรงของอาคาร เช่นเหล็กหรือปูน เป็นต้น แต่ไม้อัดเป็นวัสดุที่นำมาทำแบบหล่อปูน ไม่ได้อยู่ในโครงสร้าง จึงไม่ความจำเป็นต้องใช้ มอก.

แต่ไม้อัด มอก. ก็มีผลิตและจำหน่ายเหมือนกัน แต่ราคาจะค่อนข้างแพงมาก เมื่อเทียบกับไม้อัดทั่วๆไป และจะใช้ในงานที่พิเศษมากๆเท่านั้น



ถาม : ไม้อัดฟิล์มดำ เกรด A ใช้งานได้กี่รอบ
ตอบ :ไม้อัดฟิล์มดำปกติใช้ได้ 2-3 รอบ แต่ก็ขึ้นอยู่กับสภาวะหน้างาน ฤดูกาล และการเก็บรักษา


ถาม : ทำไมไม้อัดฟิล์มดำ 10 mm. กับ 15 mm. ราคาจึงแทบไม่ต่างกัน
ตอบ : เพราะขนาด 10 mm. จะเป็นไม้อัดแบบไส้เต็มเท่านั้น (หากเป็นไส้ต่อจะไม่แข็งแรง) ในขณะที่ 15 mm.เป็นแบบไส้ต่อ (บล๊อคชิด) ดังนั้นต้นทุนจึงไม่ต่างกัน และนี่เป็นเหตุผลที่ร้านค้าไม่ค่อยเก็บขนาด 10 mm. มาขาย เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ไม่ค่อยมีความรู้ ก็จะเลือก 15 mm. ทำให้ไม้อัดฟิล์มดำ 15 มม. ขายดีและใช้งานมากที่สุดในท้องตลาด


ถาม : นอกจากไม้อัดฟิล์มดำเกรด A มีแบบอื่นมั้ย เหมาะกับงานอะไรบ้าง
ตอบ : ไม้อัดฟิล์มดำยังแบ่งเกรดแยกย่อยเป็นหลายเกรดดังนี้
เกรด 2A ใช้งานได้ 3-4 รอบ
เกรด 3A ใช้งานได้ 6-7 รอบ
เกรด 4A ใช้งานได้ 8 รอบขึ้นไป


ถาม : ไม้อัดฟิล์มดำขนาดไหน ขายดีที่สุด?

ตอบ : ไม้อัดฟิล์มดำขนาดที่ขายดีมากที่สุด และหน้างานเลือกใช้งานมากที่สุดคือ ไม้อัดฟิล์มดำ 15 มม. ซึ่งเป็นไม้อัดขนาดกลางระหว่าง 10 กับ 20 มม. หน้างานเลือกซื้อไปใช้งานมากที่สุด เพราะใช้งานได้หลากหลาย กับงานทุกประเภท ประยุกต์ใช้กับงานต่างๆได้

ไม้อัดฟิล์มดำ 15 มม. ขายดีมากที่สุด