การเลือกซื้อไม้อัด

สวัสดีครับ วันนี้เราจะมาเรียนรู้เกี่ยวกับการเลือกซื้อไม้อัด ,ไม้อัดฟิล์มดำ ว่าเราต้องดูอะไรบ้าง เมื่อต้องการซื้อไม้อัดมาใช้ในโครงการก่อสร้าง ซึ่งสิ่งที่ต้องคำนึงและประกอบการตัดสินใจเลือกซื้อไม้อัดมีดังนี้

1. ขนาดของไม้อัด คือขนาดความกว้าง*ยาว ซึ่งขนาดมาตรฐานของไม้อัดโดยทั่วไปคือ กว้าง4 ฟุต xยาว 8ฟุต หรือ กว้าง 1.2 เมตร*2.4 เมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานเดียวกันของไม้อัดทุกแบบไม่ว่าจะเป็นไม้อัด หรือไม้อัดฟิล์มดำ

2. ความหนา ของไม้อัดความหนาเป็นปัจจัยสำคัญมากที่ต้องดู เมื่อเลือกซื้อไม้อัด เพราะความหนาที่ต่างกันก็ใช้งานต่างกัน ไม้อัดที่ซื้อขายกันทั่วไปในท้องตลาด จะมีความหนาไม่เต็มตามขนาดที่ระบุไว้ เช่นขนาด 10 มม. จะหนาจริงประมาณ 7.5 – 8.8 มม. เป็นต้น ซึ่งหากต้องการไม้อัดขนาดเต็ม ต้องเลือกไม้อัดที่มี มอก.

3. แหล่งที่มาหรือแหล่งผลิต ซึ่งแหล่งผลิตไม้อัดที่ขายในประเทศไทย มีหลักๆมาจาก 2 แหล่งดังนี้ 

3.1 “ไม้อัดไทย” ไม้อัดที่ผลิตในประเทศไทยหรือเรียกกันสั้นๆว่าไม้ไทย จะเป็นไม้อัดที่ผลิตจากโรงงานในประเทศไทย โดยใช้วัตถุดิบส่วนใหญ่เป็นไม้ในประเทศเช่นจากไม้ยางพารา,ไม้ยูคาเป็นต้น และ “ไม้จีน

3.2 “ไม้อัดจีน” เป็นไม้อัดนำเข้า100% ขจากประเทศจีนด้วยราคาที่ถูกกว่า ปริมาณที่มากกว่า ทำให้ไม้จีนเข้ามาตีตลาดไม้อัดและครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้ในที่สุด เป็นที่นิยมในวงการก่อสร้างเพราะราคาถูกกว่านั้นเอง

แต่ปัจจุบันไม้อัดไทยก็สามารถผลิตและจำหน่ายในราคาทัดเทียมกับของจีน แถมยังมีมาตรฐานที่มากกว่าด้วย ซึ่งก่อนซื้อไม้อัดอาจจะสอบถามกับโรงงานหรือร้านว่าเป็นไม้ไทย หรือจีนก็ได้

ควรคำนึงถึง โรงงานมีการผลิตและตรวจสอบคุณภาพ (QC) ที่ได้รับมาตรฐานตั้งแต่ก่อนส่งสินค้าถึงผู้ใช้งาน เพราะเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากในเรื่องคุณภาพของสินค้า

4. คุณภาพ ของไม้อัด แน่นอนว่าในเกรดเดียวกันไม้ไทยมีคุณภาพสูงกว่า และยังมีมาตรฐาน มอก. รองรับ

คุณภาพชนิดแผ่นฟิล์มที่ใช้ในการเคลือบนั่นเอง ปัจจุบันมีตั้งแต่ฟิล์มกันน้ำ (จากประเทศจีน)ไปจนถึงฟิล์มกันน้ำ ที่ได้มาตรฐานจากยุโรปเลย คุณภาพของไม้อัดฟิล์มดำ ก็สัมพันธ์กันกับคุณภาพชนิดฟิล์มที่ใช้เช่นกัน

คุณภาพของกาว ในท้องตลาดปัจจุบันมีตั้งแต่การใช้ กาวเมลามีน กันน้ำ(melamine WBP)จนถึงกาวฟีโนลิก(Phenolic 100%) โดยกาวเมลามีนจะมีคุณสมบัติด้อยกว่ากาวฟีโนลิก

5. ประเภทการใช้งาน ก่อนซื้อไม้อัด เราต้องดูว่าเราซื้อไม้อัดไปใช้งานประเภทไหน เช่นใช้ในงานเฟอร์นิเจอร์ พื้นเตียง ทำตู้ ทำลำโพง หรืองานหล่อแบบ ซึ่งประเภทลองลักษณะงานที่ต่างกัน ก็ใช้ไม้อัดขนาดความหนาที่ต่างกัน

6. น้ำหนักของไม้อัด น้ำหนักของไม้อัดที่มาก แสดงว่าไส้แน่นเต็มและได้คุณภาพมากกว่าไม้อัดที่เบากว่า ดังนั้นหากมีโอกาสเลือกไม้อัดด้วยตนเอง ลองยกดูว่าไม้อัดมีน้ำหนักดีหรือปล่าว

7.ประเภทไส้ของไม้อัด ไม้อัดโดยปกติจะมีประเภทไส้ของไม้อัดคือ “ไม้อัดไส้ต่อ” และ “ไม้อัดไส้เต็ม” ซึ่งไม้อัดไส้เต็มมีคุณภาพที่ดีกว่าและราคาสูงกว่า ไม้อัดไส้ต่อ

ปัจจุบันในตลาดไม้อัดฟิล์มดำจะมีไส้ไม้ตั้งแต่ไม้เนื้ออ่อน (ไม้โตเร็ว) เช่น ไม้ป๊อปล่าร์ ซึ่งจะมีความแข็งแรงน้อยกว่า ไม้เนื้อแข็ง เช่น ไม้เบญจพรรณ ซึ่งในตลาดก็จะมีไม้เบญจพรรณที่ไม่ได้คัดเกรดไปจนถึงคัดเกรดคุณภาพสูง นำมาทำไส้ไม้อัดฟิล์มดำ ดังนั้นอาจพิจารณาเรื่องไส้ไม้ด้วย

8.เกรดของไม้อัด ซึ่งในปัจจุบันไม้อัดมี 2 เกรด คือ เกรด A ,กับเกรด B ซึ่งราคาก็ต่างกัน โดยเกรด A จะราคาสูงกว่า เกรด B

9. ราคาของไม้อัด ราคาของไม้อัดเป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่น เพราะเราก็ต้องดูงบประมาณของเรา ต่อการเลือกซื้อไม้อัด 

วิธีการเหล่านี้ เป็นขั้นตอนเบื้องต้นในการเลือกซื้อไม้อัด ซึ่งหากท่านมีความต้องการซื้อไม้อัดไปใช้งานสามารถพิจารณาตามวิธีการเบื้องต้นได้

การเลือกซื้อไม้อัดให้ได้ไม้อัดที่สามารถนำไปใช้งานได้คุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไปเราต้องการนำไม้อัดไปทำงานอะไร มีการตัดซอยไม้หรือไม่ ต้องทาสีหรือทำสีหรือไม่ และระยะเวลาที่ต้องการใช้งาน และสิ่งสุดท้ายก็คืองบประมาณ